Click here to read this article in English.
ถึงเวลาเปิดโผ 50 อันดับหุ้นไทยที่ไม่มีบทวิเคราะห์ โดยอ้างอิงจากผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 ซึ่งผ่านการคัดเลือกโดยใช้เกณฑ์ รายการตรวจสอบการคัดเลือกหุ้นของ A. Stotz ผสานกับกรอบการทำงาน FVMR ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของเรา นอกจากนี้ เรายังได้วิเคราะห์ผลการดำเนินงานทางการเงินของแต่ละบริษัท เปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับโลกที่มีขนาดใกล้เคียงกัน โดยใช้ สามเหลี่ยมการจัดอันดับระดับโลก (World Class Benchmarking) ของเรา
เป้าหมายของหุ้นไทยที่ไม่มีบทวิเคราะห์คือการค้นหา เพชรในตม (Hidden Gems) ในตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีศักยภาพที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นได้หลายเท่าตัว วัตถุประสงค์ของเราคือนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่เป็นกลางและ อ้างอิงจากข้อมูลจริง เพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับการศึกษาเบื้องต้น รายงานเหล่านี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการค้นคว้าเพิ่มเติมเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน (คลิกที่นี่เพื่ออ่านคำสงวนสิทธิ์ฉบับเต็ม)
50 อันดับหุ้นไทยที่ไม่มีบทวิเคราะห์ (ผลประกอบการ ณ ไตรมาส 4 ปี 2568)
ข้อมูลทางการเงินล่าสุดที่เราใช้สำหรับไตรมาสนี้คือข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2568 ท่านสามารถคลิกที่ชื่อบริษัทด้านล่างเพื่ออ่านรายงานฉบับเต็มบน Settrade นอกจากนี้ รายงานของเรายังมีให้บริการบนแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินระดับโลก อาทิ FactSet Bloomberg LSEG และ Smartkarma
บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) (TEAMG)
บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) (KK)
บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (IND)
บริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (S&J)
รายชื่อบริษัทที่พ้นจากโผ 50 อันดับ
ด้านล่างนี้คือรายชื่อบริษัทที่เคยอยู่ใน 50 อันดับหุ้นไทยที่ไม่มีบทวิเคราะห์ – ธันวาคม 2568 แต่ไม่ติดอันดับในครั้งนี้ โดยสาเหตุที่หุ้นตัวใดตัวหนึ่งจะไม่ติดโผมีอยู่ 3 ประการหลัก สาเหตุประการแรกที่ชัดเจนที่สุดคือ หุ้นดังกล่าวมีอันดับลดลงจนไม่ติด 50 อันดับแรก ประการที่สองคือ หุ้นนั้นไม่ได้เป็นหุ้นที่ไม่มีบทวิเคราะห์อีกต่อไป เนื่องจากเริ่มมีนักวิเคราะห์เข้ามาจัดทำบทวิเคราะห์ และประการสุดท้ายคือ หุ้นนั้นขาดคุณสมบัติที่จะอยู่ในกลุ่มเป้าหมายของเรา เช่น มีสภาพคล่องไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ เป็นต้น
เกี่ยวกับกลุ่มหุ้นไทยที่ไม่มีบทวิเคราะห์
กลุ่มหุ้นไทยที่ไม่มีบทวิเคราะห์ประกอบด้วยหุ้นประมาณ 250 ตัว อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่หุ้นไทยที่ไม่มีนักวิเคราะห์ทุกตัวจะได้รับเลือกเข้าสู่กลุ่มนี้ เราคัดเลือกเฉพาะ บริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน และต้องมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันย้อนหลัง 3 เดือนไม่ต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 161,000 บาท) นอกจากนี้ หุ้นดังกล่าวจะต้องผ่านเกณฑ์การประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับต่างๆ ที่กำหนดไว้
หุ้นในกลุ่มเป้าหมายมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดต่ำสุดอยู่ที่ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (164 ล้านบาท) และสูงสุดอยู่ที่ 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (62,426 ล้านบาท) โดยมีค่ามัธยฐานอยู่ที่ 49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,585 ล้านบาท) สำหรับมูลค่าการซื้อขาย ซึ่งวัดจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันย้อนหลัง 3 เดือน พบว่าค่าต่ำสุดในกลุ่มเป็นไปตามเกณฑ์ขั้นต่ำของเราที่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (163,000 บาท) ส่วนค่าสูงสุดอยู่ที่ 3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (117 ล้านบาท) โดยมีค่ามัธยฐานอยู่ที่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (652,000 บาท)
เมื่อพิจารณาเฉพาะ 50 อันดับหุ้นไทยที่ไม่มีบทวิเคราะห์ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดต่ำสุดอยู่ที่ 6.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (202 ล้านบาท) และสูงสุดอยู่ที่ 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (62,426 ล้านบาท) โดยมีค่ามัธยฐานอยู่ที่ 59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,938 ล้านบาท) ในส่วนของมูลค่าการซื้อขายต่ำสุดในกลุ่ม Top 50 เป็นไปตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (163,000 บาท) และสูงสุดอยู่ที่ 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (39 ล้านบาท) โดยมีค่ามัธยฐานอยู่ที่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (652,000 บาท)




