Click here to read this article in English.
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ในประเทศไทยมักให้ความสนใจและติดตามบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่เป็นหลัก ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มหุ้นไทยที่ไม่มีบทวิเคราะห์อีกหลายร้อยบริษัทไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ทว่าหนึ่งในหุ้นนอกสายตาเหล่านี้ กลับมีเรื่องราวการเติบโตที่เริ่มต้นจากนายแพทย์เพียงท่านเดียวและคลินิกที่มีห้องตรวจเพียงสองห้อง
ย้อนกลับไปในปี 2500 นพ. วิทยา ลีละวัตน์ ได้เปิดคลินิกหมอวิทย์ขึ้นในจังหวัดตรัง ซึ่งในยุคนั้นยังมีโรงพยาบาลในพื้นที่เพียงไม่กี่แห่ง และการเดินทางในภาคใต้ยังเต็มไปด้วยความยากลำบาก (ปัจจุบันสี่แยกแห่งหนึ่งในพื้นที่ได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน) บมจ. โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง (WPH) มีรากฐานการเติบโตมาจากคลินิกแห่งนั้น และในบทความนี้ เราจะพาคุณไปเจาะลึกกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลที่ก้าวขึ้นมาจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ดังกล่าว
ปัจจุบัน WPH ได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 5 จากกลุ่มหุ้นไทยที่ไม่มีบทวิเคราะห์ทั้งหมด 300 บริษัท อ้างอิงจากผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569
เครือข่าย 5 โรงพยาบาล จากตรังสู่ภูเก็ต
คลินิกหมอวิทย์ได้ยกระดับขึ้นเป็นโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง ขนาด 50 เตียงในปี 2534 ซึ่งปัจจุบันได้ขยายศักยภาพการให้บริการเป็น 120 เตียง และบริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปี 2560
นับตั้งแต่นั้นมา บริษัทได้เดินหน้าขยายเครือข่ายไปยังจังหวัดกระบี่ เกาะสมุย และภูเก็ต โดยได้เปิดให้บริการโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ อ่าวนาง ในปี 2562 ตามด้วยโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ สมุย ในปี 2566 ต่อมาในเดือนมีนาคม 2569 โรงพยาบาลคูน วัฒนแพทย์ ขนาด 36 เตียง ซึ่งมุ่งเน้นการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยแบบประคับประคอง ได้เปิดให้บริการในพื้นที่ติดกับสาขาอ่าวนาง โดยเป็นโครงการร่วมทุนกับ บมจ. เอกชัยการแพทย์ (EKH) และล่าสุดคือ โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ภูเก็ต ขนาด 200 เตียง ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อเดือนตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
รายได้หลักมาจากกลุ่มผู้ป่วยใน
WPH มีรายได้จากการดำเนินงานทั้งหมดมาจากธุรกิจการให้บริการทางการแพทย์ โดยคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการได้จำแนกโครงสร้างรายได้ออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
จำแนกตามประเภทผู้ป่วย: บริการผู้ป่วยใน (IPD) ครองสัดส่วนรายได้ถึง 72% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขณะที่บริการผู้ป่วยนอก (OPD) คิดเป็น 28%
จำแนกตามช่องทางการชำระเงิน: รายได้จากกลุ่มลูกค้าประกันและลูกค้าองค์กรครองสัดส่วน 68% ขณะที่กลุ่มลูกค้าที่ชำระเงินด้วยตนเองมีสัดส่วน 32%
จำแนกตามสัญชาติ: กลุ่มผู้ป่วยชาวไทยคิดเป็น 54% และผู้ป่วยชาวต่างชาติคิดเป็น 46%
ที่มา: คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) ของ WPH งวดไตรมาส 2 ปี 2569
การชะลอการเดินทางและพฤติกรรมผู้ป่วยที่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
บริษัทระบุว่าโครงสร้างสังคมผู้สูงอายุ อัตราการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ปรับตัวสูงขึ้น และเทรนด์การให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันถือเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยขับเคลื่อนอุปสงค์ในระยะยาว
ในช่วงต้นปี 2569 การปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินและราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินที่แพงขึ้น ได้ส่งผลให้กลุ่มผู้ป่วยชาวยุโรปบางส่วนตัดสินใจชะลอการเดินทาง ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับ WPH เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติสูงถึง 46% นอกจากนี้ ในไตรมาส 2 ปี 2569 ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวยังส่งผลให้ผู้ป่วยมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้สัดส่วนของผู้ป่วยนอกที่ต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่การรักษาแบบผู้ป่วยในมีจำนวนลดลง ถึงกระนั้น การให้บริการผ่านศูนย์การแพทย์เฉพาะทางสำหรับการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนก็ได้เข้ามาช่วยยกระดับรายได้เฉลี่ยต่อผู้ป่วยให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันดังกล่าวได้ส่วนหนึ่ง
จุดที่ WPH ทำคะแนนได้สูงสุดในรายการตรวจสอบการคัดเลือกหุ้นของ A. Stotz
จาก 8 ปัจจัยบน รายการตรวจสอบการคัดเลือกหุ้นของ A. Stotz มี 3 ปัจจัยที่ WPH ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ได้แก่
บริษัทสร้างการเติบโตของยอดขาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างมูลค่าในระยะยาวได้ดีเยี่ยม
บริษัทมีประสิทธิภาพการดำเนินงานในระดับดีเยี่ยม เมื่อพิจารณาจากการเติบโตของยอดขายเทียบกับการเติบโตของสินทรัพย์
บริษัทสามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ในระดับดีเยี่ยมและเป็นบวกอย่างสม่ำเสมอ
ปัจจัยแต่ละข้อล้วนได้มาจากการวิเคราะห์กลุ่มหุ้นที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นได้หลายเท่าตัว จากนั้นเราจึงนำมาผ่านกระบวนการทดสอบข้อมูลย้อนหลังเพื่อหาวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการประเมินผลตัวแปรแต่ละตัว
โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งหุ้นมีอันดับสูงเท่าใด ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาดได้มากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ดี แน่นอนว่าในโลกของการลงทุนไม่มีอะไรที่สามารถรับประกันได้ เพราะแม้แต่เหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นถึง 80% ก็ยังสามารถล้มเหลวได้ในอีก 20% ที่เหลือ
การเปรียบเทียบ WPH ในระดับโลก – World Class Benchmarking
สามเหลี่ยมการจัดอันดับระดับโลก (World Class Benchmarking) ของเราจะจัดอันดับบริษัทเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันทั่วโลกที่มีขนาดใกล้เคียงกัน โดยให้คะแนนตั้งแต่ 1 (ดีที่สุด) ถึง 10 (แย่ที่สุด) ซึ่งการเติบโตที่มีกำไร (Profitable Growth) ที่อยู่บนจุดยอดของสามเหลี่ยมนั้น ถือเป็นตัวชี้วัดที่มีความสำคัญที่สุด
อันดับด้านการเติบโตอย่างมีกำไร (Profitable Growth) ของ WPH เคยทำผลงานได้ในระดับเวิลด์คลาสที่อันดับ 1 ในปี 2024 และอันดับ 2 ในปี 2025 ก่อนจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่อันดับ 3 ในช่วงรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา (PTM: อ้างอิงจากผลประกอบการงวดไตรมาส 2 ปี 2026) ซึ่งยังคงถือเป็นผลงานที่อยู่เหนือค่าเฉลี่ย
ด้านความสามารถในการทำกำไร (Profitability) ยังคงอยู่ในระดับเวิลด์คลาส โดยสามารถรักษามาตรฐานไว้ที่อันดับ 2 ได้อย่างแข็งแกร่งมาตั้งแต่ปี 2024 เช่นเดียวกับ การควบคุมค่าใช้จ่าย (Expense control) ที่ทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกัน
ด้านการเติบโต (Growth) เคยอยู่ในอันดับ 2 เมื่อปี 2024 แต่อ่อนตัวลงมาอยู่ที่อันดับ 6 ในช่วง รอบ 12 เดือนที่ผ่านมา (PTM)
หากสามเหลี่ยมการจัดอันดับนี้ดูซับซ้อนในแวบแรกที่คุณเห็น สามารถคลิกอ่าน วิธีอ่านสามเหลี่ยมการจัดอันดับระดับโลก (World Class Benchmarking) ของเรา ซึ่งจะช่วยอธิบายรายละเอียดทีละขั้นตอนในแต่ละระดับให้คุณเข้าใจได้อย่างง่ายดาย
ข้อจำกัดการเติบโต
ด้านบุคลากร (ระดับสูง) WPH ต้องพึ่งพาบุคลากรทางการแพทย์เป็นหลัก ทั้งแพทย์ พยาบาล และเภสัชกร โดยเฉพาะบุคลากรพยาบาลที่กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนทั่วทั้งอุตสาหกรรม สำหรับสาขาเกาะสมุย แพทย์เฉพาะทางมักต้องเดินทางมาจากพื้นที่อื่นและมีแนวโน้มที่จะลาออก/ย้ายถิ่นฐาน ขณะที่สาขาบนฝั่ง ปัญหาหลักคือการสรรหาหัวหน้าแผนกที่มีความสามารถทั้งในด้านการบริหาร และการรักษาทางคลินิกควบคู่กันไป
ด้านเงินทุน (ระดับกลาง) หนี้สินในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเบิกเงินกู้ยืมระยะยาว เพื่อนำมาก่อสร้างโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ภูเก็ต ขณะที่การจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2567 และ 2568 เป็นการจ่ายในรูปแบบหุ้นปันผลทั้งจำนวนหรือบางส่วน เพื่อรักษาสภาพคล่องเงินสดไว้สำหรับโครงการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงเป็นบวก และวงจรเงินสดในไตรมาส 2 ปี 2569 ก็สั้นลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านตลาด (ระดับต่ำ) โรงพยาบาลรัฐและเอกชนในจังหวัดตรังมีการแข่งขันกันอย่างต่อเนื่องเพื่อแย่งชิงกลุ่มผู้ป่วย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติก็สามารถผันผวนได้ตามเหตุการณ์โลกและมาตรการจำกัดการเดินทาง
ด้านการดำเนินงาน (ระดับต่ำ) การเปิดโรงพยาบาลใหม่ถึง 2 แห่งภายในปีเดียว ทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายก่อนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ต้นทุนอาจบานปลาย หรือรายได้อาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทได้บริหารจัดการโดยใช้วิธีหมุนเวียนบุคลากรทางการแพทย์ ไปปฏิบัติงานตามสาขาต่างๆ ในเครือข่าย
การให้ความสำคัญกับผู้ป่วย คือกลยุทธ์สร้างการเติบโต
ในบทสัมภาษณ์รายการ Business DNA ของเรา คุณเชน เหล่าสุนทร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้อำนวยการโรงพยาบาลฝ่ายการเงินได้บอกเล่าเรื่องราวการเข้ามารับช่วงต่อกิจการโรงพยาบาลที่สร้างขึ้นจากความทุ่มเทของคุณปู่ ด้วยความที่เขาไม่มีพื้นฐานทางการแพทย์มาก่อน เขาจึงบริหารจัดการโรงพยาบาลในมุมมองของการวางระบบและการบริหารคน ซึ่งมุมมองจากคนนอกอุตสาหกรรมเช่นนี้เองที่ได้กลายมาเป็นรากฐานกำหนดทิศทางการเติบโตของโรงพยาบาล
ค่านิยมของผู้ก่อตั้งต้องถูกถ่ายทอดออกมาเป็นระบบ: ความใส่ใจที่คุณปู่มีต่อผู้ป่วยทุกคน จะต้องถูกยกระดับให้กลายเป็นมาตรฐานที่สามารถวัดผลได้ เพื่อให้บุคลากรทั้งโรงพยาบาลสามารถยึดถือและปฏิบัติตาม
การเติบโตต้องอาศัยการเลือกลงทุนอย่างมีจุดมุ่งหมาย: WPH ไม่ได้พยายามนำเสนอทุกกระบวนการรักษา แต่เลือกลงทุนเฉพาะในจุดที่มีความต้องการที่แท้จริงจากผู้ป่วยเท่านั้น และจะใช้วิธีส่งตัวผู้ป่วยที่มีอาการหาได้ยากไปยังสถานพยาบาลอื่น แม้แต่ออฟฟิศของทีมบริหารก็ยังตกแต่งอย่างเรียบง่าย เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุนทุกบาทจะถูกนำไปลงทุนกับเครื่องมือแพทย์อย่างคุ้มค่าที่สุด
สถานพยาบาลในท้องถิ่นคือพันธมิตร ไม่ใช่คู่แข่ง: คลินิกชุมชนสามารถรับมือกับเคสผู้ป่วยพื้นฐานทั่วไป และส่งต่อผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลฉุกเฉิน การรักษาแบบผู้ป่วยใน หรือต้องการแพทย์เฉพาะทางมาให้กับ WPH สิ่งนี้ไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันทั้งสองฝ่าย
การเปิดตัวโรงพยาบาลแห่งใหม่ในภูเก็ตช่วยให้ WPH สามารถนำโมเดลการส่งต่อผู้ป่วยดังกล่าวไปขยายผลในจังหวัดใหม่ได้เช่นกัน
คุณสามารถรับชมบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของคุณเชน เหล่าสุนทร ได้ที่นี่
คุณเคยใช้บริการโรงพยาบาลในเครือ WPH ที่จังหวัดตรัง กระบี่ เกาะสมุย หรือภูเก็ตบ้างหรือไม่? คอมเมนต์แชร์มุมมองหรือประสบการณ์ของคุณให้เราฟังได้เลย!
คลิกที่นี่เพื่ออ่านรายงานการเจาะลึกข้อมูลของ WPH
ต้องการเจาะลึกเพิ่มเติมหรือไม่? ซีรีส์ Reading between the lines ของเราจะทำการเปรียบเทียบคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) ในแต่ละไตรมาสแบบเจาะลึก เพื่อค้นหาว่ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป และมีประเด็นไหนที่ควรค่าแก่การจับตามอง





