CGR: คืออะไร และทำไมจึงมีความสำคัญ
เจาะลึกความหมายของ CGR: โครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยมีวิธีการให้คะแนนอย่างไร ระดับการประเมินหมายถึงอะไร และเหตุใดสิ่งเหล่านี้จึงมีความสำคัญต่อนักลงทุน
Click here to read this article in English.
CGR ย่อมาจาก โครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) หากอธิบายให้เข้าใจง่าย CGR คือการประเมินการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ประจำปีโดยหน่วยงานอิสระ โครงการนี้จัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และได้รับการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ทั้งนี้ การประเมิน CGR ประจำปี 2025 ครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนจำนวน 844 แห่ง ภายใต้หลักเกณฑ์การประเมิน 173 ข้อ
ทำไมจึงมีความสำคัญต่อผู้ถือหุ้น
CGR จัดทำขึ้นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น โดยถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับข้อบกพร่องด้านการกำกับดูแลกิจการ ซึ่งมักเป็นสาเหตุที่ทำลายมูลค่าของบริษัท เช่น การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมในการลงคะแนนเสียงหรือการจ่ายเงินปันผล ความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียที่อ่อนแอ การเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เพียงพอ หรือการที่คณะกรรมการบริษัทปฏิบัติหน้าที่ไม่สมบูรณ์ บริษัทที่ได้รับคะแนนในระดับที่ดีย่อมส่งสัญญาณว่าบริษัทมีมาตรฐานขั้นพื้นฐานที่ผ่านเกณฑ์ ในขณะที่บริษัทที่ได้คะแนนต่ำหมายความว่านักลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด หรืออาจพิจารณาหลีกเลี่ยงการลงทุน
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคะแนนประเมิน
1. สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น 25%
2. การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสียและการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน 25%
3. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส 15%
4. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ 35%
คะแนนประเมินทั้งหมดจะถูกให้โดยหน่วยงานอิสระภายนอก ซึ่งก็คือ IOD โดยพิจารณาจากข้อมูลที่บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยต่อสาธารณะ การประเมินนี้ไม่ใช่การประเมินตนเอง แต่บริษัทจดทะเบียนยังคงเป็นผู้จัดเตรียมข้อมูลและเอกสารอ้างอิงพื้นฐานเหล่านั้น
IOD จะเปิดเผยจำนวนหลักเกณฑ์การประเมินทั้งหมด 173 ข้อสำหรับปี 2025 แต่จะ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดวิธีการประเมินแบบเต็มรูปแบบ ในรายงานจะมีการยกตัวอย่างคำถามเพียงบางส่วนเพื่อให้เห็นว่าข้อกำหนดแบบใดที่จะเข้าเกณฑ์ได้รับคะแนนพิเศษ หรือถูกหักคะแนน แต่ชุดคำถามทั้ง 173 ข้อจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ การทำเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทจดทะเบียนจัดทำข้อมูลเพื่อมุ่งหวังเพียงแค่ให้ผ่านตามเกณฑ์มากกว่าการให้ความสำคัญกับแก่นแท้ของการกำกับดูแลกิจการอย่างแท้จริง
คะแนนประเมินที่ถ่วงน้ำหนักแล้วจะถูกนำมาจัดระดับการประเมิน ซึ่งแสดงผลในรูปแบบของจำนวนสัญลักษณ์จากคณะกรรมการบรรษัทภิบาลแห่งชาติ โดยจะมีการประกาศรายชื่อเปิดเผยต่อสาธารณะเฉพาะบริษัทที่ได้คะแนนตั้งแต่ 70 คะแนนขึ้นไปเท่านั้น ส่วนบริษัทที่ได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ดังกล่าว จะถูกรายงานผลรวมเป็นเพียงภาพรวมเท่านั้น
ภาพรวมผลคะแนน CGR ของบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2025
จากการประเมินบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 844 แห่งในปี 2025 พบว่า 44% ของบริษัททั้งหมดได้รับคะแนนการประเมินในระดับ “ดีเลิศ” (Excellent) ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุด
ภาพรวมผลการประเมินของบริษัททั้ง 844 แห่ง จำแนกตามระดับการประเมินการกำกับดูแลกิจการ
การบริษัทไทย (IOD), Corporate Governance Report of Thai Listed Companies 2025
บริษัทไทยขนาดใหญ่ทำคะแนน CGR ได้ดีที่สุด
ขนาดของบริษัทถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ในปี 2025 บริษัททุกแห่งที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 100,000 ล้านบาท ต่างได้รับคะแนนประเมินในระดับ “ดีเลิศ” (Excellent) ทั้งสิ้น ทั้งนี้ สัดส่วนดังกล่าวจะลดลงอย่างต่อเนื่องตามขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ลดลง โดยพบว่าในกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท มีสัดส่วนบริษัทที่ได้รับคะแนนระดับดีเลิศเหลือเพียง 22% เท่านั้น
บริษัทขนาดใหญ่มักมีแนวโน้มได้รับคะแนนประเมินที่สูงกว่า
ที่มา: A. Stotz Investment Research, สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD), Corporate Governance Report of Thai Listed Companies 2025
ประกาศรายชื่อเฉพาะบริษัทที่ได้คะแนนตั้งแต่ 70 ขึ้นไป
สิ่งสำคัญที่นักลงทุนควรทราบคือ ข้อมูลผลคะแนนในระดับใดบ้างที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
แม้ว่า IOD จะเปิดเผยข้อมูลตัวเลขภาพรวมครอบคลุมทั้ง 6 ระดับการประเมิน แต่จะมีการประกาศรายชื่อระบุตัวบริษัทเฉพาะกลุ่มที่ทำคะแนนได้ 70 คะแนนขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งได้แก่ระดับ “ดี” (Good) “ดีมาก” (Very Good) และ “ดีเลิศ” (Excellent) สำหรับบริษัทที่ทำคะแนนได้ต่ำกว่าเกณฑ์ดังกล่าว จะได้รับแจ้งผลคะแนนแบบส่วนตัวแทนการประกาศรายชื่อต่อสาธารณะ
คะแนน CGR เปิดประตูสู่กลุ่มหลักทรัพย์ Thai ESG
คะแนน CGR ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำมาใช้พิจารณาคัดเลือกเข้าสู่รายชื่อหลักทรัพย์กลุ่ม Thai ESG ของตลาดหลักทรัพย์ฯ การได้รับคัดเลือกนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติในการเข้าไปอยู่ในพอร์ตการลงทุนของกองทุนรวม Thai ESG และ Thai ESG Extra โดยหนึ่งในเงื่อนไขการผ่านเกณฑ์ระบุว่า บริษัทจะต้องได้รับคะแนนการประเมินในระดับ “ดีเลิศ” (Excellent หรือ 90 คะแนนขึ้นไป) ควบคู่กับการเปิดเผยแผนยกระดับมูลค่ากิจการหรือแผน JUMP+ ส่วนเงื่อนไขทางเลือกอื่นๆ ได้แก่ การได้รับผลประเมิน SET ESG Rating หรือการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ทั้งนี้ คะแนนระดับดีเลิศมักกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีหลัก เงื่อนไขเส้นทางนี้จึงสามารถบรรลุได้ง่ายกว่าสำหรับบริษัทที่อยู่ในกลุ่ม SET50 และ SET100 เมื่อเทียบกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
หุ้นบลูชิป (Blue Chips) ครองแชมป์กลุ่มคะแนนระดับสูงสุด
ที่มา: A. Stotz Investment Research, สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD), Corporate Governance Report of Thai Listed Companies 2025
สิ่งที่คะแนน CGR ไม่ได้บอกคุณ
คะแนน CGR ที่สูงนั้นเป็นการสะท้อนถึงคุณภาพการเปิดเผยข้อมูลและโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ แต่ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดถึงผลการดำเนินงานทางการเงินหรือการประเมินมูลค่ากิจการแต่อย่างใด
ดังนั้น จึงไม่ควรใช้ผลประเมินนี้เป็นตัวตัดสินใจลงทุนเพียงปัจจัยเดียว แต่ควรนำมาใช้เป็นหนึ่งในข้อมูลประกอบการสอบทานธุรกิจและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของบริษัทจดทะเบียนไทย






