Click here to read this article in English.
ภาคอุตสาหการ (Industrials sector) ของไทยอาจไม่ค่อยได้เป็นพาดหัวข่าวโดดเด่นเหมือนกับกลุ่มเทคโนโลยีหรือการท่องเที่ยว แต่แท้จริงแล้ว ภาคการผลิต การก่อสร้าง และโลจิสติกส์ คือรากฐานสำคัญที่คอยขับเคลื่อนทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปได้ และรากฐานที่ว่านี้กำลังได้รับการเสริมความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
ในรายงาน 50 อันดับหุ้นไทยที่ไม่มีบทวิเคราะห์ (Top 50 Uncovered Thai Stocks) ฉบับล่าสุดของเรา หุ้นกลุ่มอุตสาหการ (Industrials) ติดอันดับเข้ามาถึง 13 บริษัท คิดเป็น 26% ของรายชื่อทั้งหมด ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยแซงหน้ากลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ (Info. Tech.) ที่ติดอันดับเข้ามา 10 บริษัท
สัดส่วน 1 ใน 4 ของเศรษฐกิจ: แม้ภาพรวมชะลอตัว แต่รากฐานยังเติบโต
ภาคการผลิตมีสัดส่วนคิดเป็น 1 ใน 4 ของ GDP ประเทศไทย และคิดเป็น 16% ของการจ้างงานทั้งหมด หรือกว่า 6 ล้านตำแหน่ง
ภาพรวมในระยะสั้นอาจดูซบเซา ภาคการผลิตหดตัวลงเกือบตลอดทั้งปี 2025 และรัฐบาลเองก็ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของภาคอุตสาหการในปี 2026 ลงจาก 1.0-2.0% เหลือเพียง 0.75-1.75%
ทว่าในมุมของการลงทุนกลับบอกเล่าเรื่องราวที่ต่างออกไป ยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของไทยพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 ด้วยมูลค่ากว่า 6.3 แสนล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 30% จากปีก่อนหน้า ดังนั้น แม้ตัวเลขผลผลิตจะชะลอตัวลง แต่เม็ดเงินลงทุนกลับยังคงเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง และที่น่าสนใจคือ เม็ดเงินเหล่านี้กำลังไหลไปกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เดียอย่างชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
เม็ดเงินลงทุนส่วนใหญ่นั้นกำลังมุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออก ลงสู่พื้นที่ 3 จังหวัดที่รู้จักกันในนาม เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ซึ่งแม้จะมีพื้นที่รวมกันเพียงประมาณ 13% ของประเทศ แต่กลับสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึงราว 15% ของ GDP ประเทศไทย
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 โครงการ EEC ได้พิสูจน์ผลงานให้เห็นถึงศักยภาพในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่โดยนับตั้งแต่เปิดตัวเฟสแรกในปี 2017 พื้นที่แห่งนี้สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนไปได้แล้วเกือบ 2 ล้านล้านบาท
และแนวโน้มการเติบโตนี้กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ EEC เติบโตขึ้นเกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2023 โดยพุ่งไปแตะระดับ 1.07 แสนล้านบาทในปี 2025
ปัจจุบัน ท่าเรือแหลมฉบังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการค้าตู้คอนเทนเนอร์ของไทย และมาบตาพุดเป็นฐานการกลั่นและส่งออกปิโตรเคมี นอกจากนี้ นิคมอุตสาหกรรมหลายสิบแห่งทั่วทั้งสามจังหวัดยังเป็นที่ตั้งของสายการผลิตยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังเดินเครื่องผลิตในระดับสเกลขนาดใหญ่ และนี่คือพื้นที่ที่กำลังก่อร่างสร้างอนาคตให้กับภาคอุตสาหการของประเทศไทยอย่างแท้จริง
เผยหุ้นรับอานิสงส์ที่ซ่อนอยู่
กลุ่มอุตสาหการ (Industrials) ถือเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุดในรายชื่อ 50 อันดับของเรา โดยมีหุ้นติดอันดับเข้ามาถึง 13 บริษัท คิดเป็น 26% ของรายชื่อทั้งหมด ทว่าอุตสาหการนั้นเป็นหมวดหมู่ที่ครอบคลุมกว้างมาก และไม่ใช่ทุกบริษัทในกลุ่มนี้จะอยู่ในโครงเรื่องเดียวกัน
หากเราคัดกรองบริษัทที่เป็นเพียงตัวแทนจำหน่าย หรือแพลตฟอร์มบริหารทรัพยากรบุคคลที่ใช้ป้ายกำกับเดียวกันนี้ออกไป จะเหลือเพียง 4 บริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ EEC อย่างแท้จริงและสามารถตรวจสอบได้
รถบัสของ ATP30 แทบทั้งหมดวิ่งให้บริการอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่ EEC TEAMG ระบุให้เขตพัฒนาพิเศษนี้เป็นหนึ่งในหน่วยธุรกิจของบริษัท SYNTEC มีประสบการณ์ก่อสร้างโครงการที่เกี่ยวข้องกับ EEC โดยตรง และ PORT ซึ่งทำธุรกิจท่าเรือริมฝั่งแม่น้ำก็มีแนวโน้มการเติบโตที่ผูกติดอยู่กับปริมาณการค้าใน EEC อย่างแนบแน่น
ทั้ง 4 บริษัทนี้ ตั้งอยู่ถูกที่ถูกเวลา ตรงใจกลางของพื้นที่ที่การเติบโตกำลังเบ่งบาน แต่ตลาดยังคงมองข้ามพวกเขากันอยู่
บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) (ATP30) ติดอันดับที่ 38 จากรายชื่อ 300 หุ้นไทยที่ไม่มีบทวิเคราะห์ บริษัทสามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ในระดับดีเยี่ยม ATP30 เป็นผู้ให้บริการบริหารจัดการกองรถบัสและรถตู้โดยสารขนาดใหญ่ เพื่อรับส่งพนักงานจากแหล่งที่พักอาศัยไปยังสถานที่ทำงาน โดยการดำเนินงานของบริษัทกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเน้นให้บริการแก่นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เป็นหลัก
บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) (TEAMG) ติดอันดับที่ 27 จาก 300 หุ้นไทยที่ไม่มีบทวิเคราะห์ บริษัทสร้างการเติบโตของยอดขาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างมูลค่าในระยะยาวได้ดีเยี่ยม TEAMG เป็นบริษัทที่ปรึกษาแบบครบวงจรที่ให้บริการด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการ โดยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบคมนาคมขนส่ง การจัดการทรัพยากรน้ำ ไปจนถึงการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (SYNTEC) ติดอันดับที่ 19 จาก 300 หุ้นไทยที่ไม่มีบทวิเคราะห์ เมื่อพิจารณาจากงบดุล บริษัทมีความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุนได้ดีเยี่ยม SYNTEC เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่เชี่ยวชาญด้านโครงการอาคารสูงและงานวิศวกรรมโยธาที่มีความซับซ้อน บริษัทให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่งานวางฐานรากไปจนถึงงานสถาปัตยกรรมตกแต่ง
บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) (PORT) ติดอันดับที่ 31 จาก 300 หุ้นไทยที่ไม่มีบทวิเคราะห์ มีคุณภาพกำไรอยู่ในระดับสูงมาก เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างกำไรและกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน PORT เป็นผู้ให้บริการท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดสมุทรปราการ บริษัทให้บริการที่ครอบคลุมหลากหลาย ตั้งแต่การเทียบท่าของเรือพาณิชย์ บริการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ ไปจนถึงการขนส่งต่อเนื่องภายในประเทศ
เติบโตไปพร้อมกับ EEC
ฐานอุตสาหการของประเทศไทยกำลังได้รับการเสริมความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ด้วยการเกิดขึ้นของนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ เม็ดเงินลงทุนที่สูงเป็นประวัติการณ์ รวมถึงท่าเรือและโรงงานที่เปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ซึ่งพื้นที่ EEC คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของเรื่องราวการเติบโตนี้ในระดับประเทศ
ATP30 TEAMG SYNTEC และ PORT ล้วนขับเคลื่อนธุรกิจอยู่ภายในพื้นที่แห่งนี้ พวกเขาทำหน้าที่รับส่งพนักงาน ออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน ก่อสร้างโครงการบนพื้นที่ และขนส่งสินค้าให้กับภาคอุตสาหกรรม ที่สำคัญคือ หุ้นทั้งหมดนี้ยังไม่มีบทวิเคราะห์รองรับ ในขณะที่พื้นที่ EEC กำลังพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด และการบรรจบกันของปัจจัยเหล่านี้นี่เอง อาจเป็นจุดที่โอกาสการลงทุนซ่อนตัวอยู่



